ประวัติความเป็นมาของประเทศซิมบับเว

welcome_to_zimbabwe_

ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกาล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมากๆ อาจด้วยความที่เรามักจะเห็นชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ อาศัยอยู่ในทวีปแห่งนี้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งแต่ละชนเผ่าเองก็จะมีประวัติความเป็นมาที่ถูกจารึกผ่านรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ประเพณีต่างๆ การสลักไว้ตามอุโมงค์ ถ้ำ หรือผนังกำแพง ก่อนที่คนในชนเผ่าเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกผสมผสานกับผู้อพยพมาใหม่กลายเป็นประเทศต่างๆ ขึ้นมา ประเทศซิมบับเวเองก็จัดว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่แพ้ประเทศอื่นๆ เลยทีเดียว

ประเทศซิมบับเวเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาที่ไม่มีทางออกติดทะเลตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของทวีป เป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำซัมเบซีและแม่น้ำลิมโปโปทางทิศเหนือจะติดกับประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดกับประเทศโมซัมบิก ทิศตะวันตกมีอาณาเขตติดกับประเทศบอตสวานา ส่วนทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ หากว่ากันตามประวัติศาสตร์ของประเทศแห่งนี้เชื่อกันว่ามีผู้คนอาศัยอยู่มายาวนานกว่าห้าแสนปีก่อนมาแล้ว ในช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาลชาวกอยเซียนได้ทำการเข้ามาตั้งรกรากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีชาวโชนา ชาวบันดู ชาวงูนี และชาวซูลูที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในช่วงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ถูกบันทึกเอาไว้ได้ก็มีนักสำรวจชาวอังกฤษได้เข้ามาสำรวจในพื้นที่ของซิมบับเวช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคม บริเวณดินแดนแซมเบเซียต่อมาก็มีชื่อเป็นที่รู้จักกันในชื่อโรตีเซีย หลังจากนั้นก็ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโรตีเซียเหนือกับโรตีเซียใต้ก่อนที่จะกลายมาเป็นผืนดินของแซมเบีย ซึ่งโรตีเซียใต้ที่ว่าปัจจุบันก็คือประเทศซิมบับเวนั่นเอง ในช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่โดนล่าอาณานิคมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาษาราชการของพวกเขาคือภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามปัญหาอย่างหนึ่งที่ชาวซิมบับเวต้องเผชิญก็คือปัญหาเรื่องของการแบ่งชนชั้นผิวสี เนื่องด้วยเมื่อเป็นประเทศอาณานิคมก็จะมีชาวผิวขาวเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองอยู่หลายครั้ง

อย่างไรก็ตามแม้สงครามกลางเมืองดังกล่าวจะสิ้นสุดลง รวมไปถึงสหประชาชาติก็เข้ามามีบทบาทด้วย เมื่อปี พ.ศ. 2523 ซิมบับเวก็สามารถประกาศเอกราชให้กับประเทศของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จและมีนายโรเบิร์ต มูกาเบ้ เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง ปัจจุบันแม้ว่าพวกเขาจะยังคงมีปัญหาเรื่องอัตราเงินเฟ้อแต่ก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายลงด้วยดีซึ่งตรงจุดนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่พวกเขาจะต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป