ซิมบับเวกับการเป็นอยู่ในปัจจุบัน

วิกฤติเศรษฐกิจอันมหาศาลในประเทศ Zimbabwe ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ Robert Mugabe ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 อันเกิดจากการบริหารผิดพลาด รวมทั้งการทุจริตโกงกินบ้านเมืองของรัฐบาล Robert Mugabe โดยเฉพาะการที่รัฐบาลออกกฎหมายใหม่ เพื่อปฏิวัติจัดการที่ดินทำกินยึดคืนกรรมสิทธิ์จากชาวผิวขาว เพื่อเอามาแจกจ่ายให้แก่คนผิวดำให้มีที่ดินทำกิน โดยหลังจากนั้นทางรัฐบาลก็ไม่ได้เตรียมแผนการใดๆรองรับ อีกทั้งยังไม่มีการจัดเครือข่ายมอบความรู้รวมทั้งทักษะต่างๆ แก่คนผิวดำ ก่อนจะนำไปสู่ภาวะวิกฤติเงินเฟ้อระดับโคตรอำนาจวิกฤติเงินเฟ้อ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในโลกใบนี้ นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก

อัตราเงินเฟ้อในประเทศ Zimbabwe เกิดภาวะพุ่งแรงราวกับติดจรวด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 32 /ปี เมื่อปีค.ศ.1988 มาถึงร้อยละ 231,000,000 ในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2008 จนถึงขนาดธนาคารแห่งชาติ Zimbabwe ต้องออกธนบัตรใบละ 1 แสนล้านดอลลาร์ มาใช้ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ส่งผลให้ราคาสินค้า , ของกิน , ของใช้ , ยารักษาโลก มีราคาพุ่งพรวดขึ้นเป็น 200 ล้านเท่า ส่งผลให้ชาว Zimbabwe ใช้ชีวิตอย่างลำบากอย่างแสนสาหัส โดยมีอัตราคนว่างงานสูงกว่า 80% ประชาชนจำนวนมากต้องหนีตายไปอาศัยประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะดินแดนแอฟริกาใต้

จากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนในประเทศต้องประสบกับปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ อัตราการติดเชื้อ HIV ใน Zimbabwe พุ่งเป็นอันดับ 4 ของโลก หรือประชากร 1 ใน 10 คนสามารถจะติดเชื้อ HIV ได้ นอกจากนี้ยังมีชาว Zimbabwe เสียชีวิตจาก AIDS ถึงปีละ 300,000 คนเลยทีเดียว

จากความเสียหายในทุกๆด้านของชีวิตในประเทศ Zimbabwe จากที่เคยเกิดสงครามกลางเมือง บวกกับวิกฤติเศรษฐกิจขั้นรุนแรง จึงทำให้นาย Emmerson Mnangagwa ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำซิมบับเว สืบต่อจากอดีตประธานาธิบดี Robert Mugabe ออกมาเรียกร้องขอให้นานาชาติช่วยเหลือ Zimbabwe เพื่อพื้นฟูเศรษฐกิจที่ล่มสลาย

สำหรับนาย Mnangagwa ผู้นำคนใหม่ของ Zimbabwe นั้น เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสมัยรัฐบาล Robert Mugabe หากแต่เขาถูกสั่งปลดอย่างกะทันหัน วันที่ 6 พฤศจิกายน เพื่อเปิดทางให้ภริยาของตนมาสืบทอดอำนาจแทน จนประชาชนออกมากดดันบังคับให้ นาย Mugabe ลาออกไปได้สำเร็จ

หลังจากนั้นก็เกิดความหวังใหม่ เปรียบดั่งแสงเรืองรองของชาว Zimbabwe หลังจากหมดยุคของรัฐบาลที่โกงกินไปได้เสียที พร้อมมีความหวังกับผู้นำคนใหม่ แต่ถึงกระนั้นก็ตามสำหรับชาว Zimbabwe บางคน ที่ทนความลำบากยากแค้นมานาน พวกเขาเหล่านั้นไม่อดทนรออนาคตที่ดีขึ้นของประเทศชาติตนเองได้อีกต่อไป จึงพากันหนีออกนอกประเทศ พร้อมไปตายเอาดาบหน้าถึงแม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นไรก็ตาม