ความเป็นอิสระส่วนตัวของประเทศซิมบับเว

หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นในชื่อของประเทศซิมบับเวเท่าไรนัก เพราะเป็นประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกา แถมยังเป็นประเทศที่ไม่มีทางเชื่อมต่อออกทางทะเลอีกด้วย ประเทศนี้มีพื้นที่เพียงแค่ 390,580 ตร.กม. โดยมีเมืองหลวงชื่อว่า กรุงฮาราเร และในส่วนของความเป็นส่วนตัวในที่นี้ก็หมายถึง ความเป็นแบบอิสระ เรียกได้ว่าอยู่แบบโดดเดี่ยวเลยก็ได้ เพราะถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่เกิดความผิดพลาด มีข้อพิพาทมาตั้งแต่ก่อนที่จะก่อตั้งประเทศด้วยซ้ำ จนทำให้ความขัดแย้งในครั้งนั้นส่งผลเสียให้ในหลายองค์กร รวมถึงหลายประเทศไม่ให้การช่วยเหลือ หรือให้การยอมรับกับประเทศนี้เท่าไรนัก จึงกลายเป็นว่าในปัจจุบันนี้ประเทศซิมบับเวต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว มีความเป็นอิสระของตนเอง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโลกภายนอกมากเท่าไรนัก แต่ในความอิสระที่ว่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ประชากรในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดี หรือมีวามสุขเท่าที่ควร เพราะผลเสียจากการไม่ได้ยอมรับส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศไม่ดี ค่าเงินของประเทศนี้ต่ำมาก จนเงินแทบจะเป็นเพียงแค่กระดาษใบหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไรสำหรับชาวซิมบับเว

ในส่วนของประวัติในการก่อตั้งประเทศซิมบับเว ก่อนหน้านี้ในโซนที่เป็นประเทศซิมบับเว มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เซาเธิร์นโรดีเซีย ซึ่งชื่อดินแดนแห่งนี้มาจากนามสกุลของพ่อค้า นักล่าสัตว์ชาวอังกฤษที่ได้เข้าไปบุกเบิก แล้วได้ประเทศว่าดินแดนที่ไปบุกเบิกเป็นดินแดนของประเทศอังกฤษ แต่ความจริงแล้วดินแดนแห่งนี้มีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่ก่อนหน้าแล้ว ซึ่งก็คือชนเผ่าคนผิวดำ คนในท้องถิ่นจึงเกิดความไม่พอใจ ที่อยู่ๆ ชาวอังกฤษก็มาประกาศเอาดินแดนของเขา ไปเป็นดินแดนของตน โดยยึดดินแดนไปกว่า 90 % จนทำให้ชนพื้นเมือง ต้องไปอาศัยอยู่ในพื้นที่สลัมที่เหลือ ไม่มีที่ทำกิน แถมยังต้องไปเป็นแรงงานของชนผิวขาวอีกด้วย จึงทำให้เกิดการต่อต้านชนผิวขาวขึ้นมา ชาวผิวขาวด้วยความที่ถือว่าตนนั้นมีอำนาจจึงได้ตั้งกลุ่มรัฐบาลชนผิวขาวของตนเองขึ้นมา แล้วประกาศเอกราช เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ให้ชาวผิวดำเข้ามายุ่งด้วย แต่ในการประกาศเอกราชครั้งนี้ไม่มีใครเห็นด้วย ทั้งองค์กรสหประชาชาติ รวมไปจนถึงประเทศใหญ่ๆ ในแถบนั้น หลังจากที่ไม่ได้รับการยอมรับเกิดขึ้น ชาวผิวดำจึงได้โอกาสในการเล่นงานกลุ่มของชนผิวขาว ด้วยการจัดตั้งกองโจรขึ้น ปะทะกันกับชนผิวขาวนานกว่า 15 ปี จนกระทั่งประเทศแม่อย่างอังกฤษได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการยุติความขัดแย้งครั้งนี้ โดยมีข้อตกลงว่าจะให้จัดตั้งรัฐบาลของชาวผิวดำขึ้น แล้วก็ได้มีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ จึงทำให้เกิดประเทศซิมบับเวขึ้น โดยได้รับการยอมรับจากทั้งสหประชาชาติ รวมไปจนถึงประเทศใหญ่ๆ ในแถบนั้นด้วย

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการประกาศเอกราชแล้ว ความขัดแย้งระหว่างคนผิวสีก็ยังดำเนินต่อ แต่ด้วยความโชคร้ายประเทศซิมบับเวนั้นมีผู้นำที่ไม่มีความโปร่งใส โดยในการเลือกตั้งผู้นำประเทศแต่ละครั้งจะได้ผู้นำคนเดิม ซึ่งได้มาจากความไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งนั่นก็คือนาย มูกาเบ นั่นเอง แล้วด้วยความที่นายมูกาเบ ก็เคยตั้งกลุ่มต่อต้านคนผิวขาวด้วย จนทำให้หลังจากนั้นมาชนผิวขาวก็ได้โจมตีนายมูกาเบ สารพัด ทั้งในเรื่องจริง และเรื่องเท็จ จนกระทั่งธนาคารโลกนั้นได้ตัดขาด ไม่ให้ความช่วยเหลือประเทศซิมบับเว รวมไปจนถึงประเทศอังกฤษเองก็คว่ำบาตรประเทศนี้ไปเลย และผลที่ตามมาก็อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศซิมบับเวพังไปหมด ค่าเงินลด เกิดภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่ของโลก