การค้าขายของคนในประเทศซิมบับเว

rading_of_people_in_Zimbabwe

สำหรับใครที่เคยรู้เรื่องราวของเศรษฐกิจในประเทศนี้เป็นอย่างดีก็จะรู้ได้ว่านี่คือประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลก อันด้วยความไม่เข้าใจในการบริหารประเทศที่แท้จริงของรัฐบาลโรเบิร์ต มากูเบ้ ส่งผลในเกิดวิกฤติต่างๆ มากมายภายในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาการซื้อขายสินค้าต่างๆ ที่เมื่อมีอัตราเงินเฟ้อเกิดขึ้นมันจึงทำให้ราคาสินค้าต่างๆ ภายในประเทศพุ่งพรวดไปชนิดที่ว่าไม่มีใครเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้

ประชากรทุกคนในประเทศสามารถจับเงินเป็นล้านๆ ได้อย่างสบายๆ เวลาที่ต้องไปซื้อสินค้าแต่ละอย่างก็จะต้องพกเงินไปเป็นกระสอบๆ บางคนถึงขนาดเคยบอกว่าเงินประเทศนี้เวลาจ่ายเขาไม่นับเป็นค่าเงินเขาใช้วิธีการชั่งกิโลดูเอาว่ากี่กิโลกันเลยทีเดียว นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเรื่องอัตราเงินเฟ้อของซิมบับเว จากปัญหาดังกล่าวทำให้รัฐบาลได้มีการตั้งเพดานราคาสินค้าขึ้นมาเพื่อเป็นการกำหนดมาตรฐานราคาสินค้าของในประเทศขึ้น จากเหตุการณ์การกำหนดราคานี้เองได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศเป็นอย่างมาก จนทำให้ผู้ผลิตหลายรายไม่ยอมส่งสินค้ามาวางขายตามห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ชั้นวางสินค้าต่างๆ โล่งเตียนชนิดที่ต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถจะซื้อสินค้าได้ เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นทำให้เกิดตลาดมืดในประเทศแห่งนี้ คำว่าตลาดมืดที่ว่าก็คือการที่ประชาชนในเมืองหลายๆ คนเอาสินค้ามาวางขายโดยที่มีการกำหนดราคาขึ้นเอง โดยเป็นราคาที่หลายๆ คนพึงพอใจที่จะซื้อขาย พอราคาเหล่านี้ได้รับความเห็นชอบอย่างไม่เป็นทางการจากประชาชนทั่วไปก็ทำให้พวกเขาพึงพอใจที่จะซื้อสินค้ากันด้วยราคาดังกล่าวนี้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้ค่าเงินของซิมบับเวอย่างซิมบับเวียนดอลลาร์กลายเป็นเงินที่ไม่มีความหมายหลายคนไม่สนใจที่จะใช้เงินของประเทศตัวเองเนื่องจากพวกเขารู้สึกว่ามันไม่มีค่า เงินที่พวกเขาใช้จึงกลายเป็นเงินต่างประเทศที่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ราคาต่างๆ ได้ อาทิ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เงินยูโร เป็นต้น

แม้ปัจจุบันเงินซิมบับเวียนดอลลาร์จะถูกยกเลิกไปจากประเทศซิมบับเวแล้ว คนในประเทศส่วนใหญ่ก็ซื้อขายด้วยเงินตราจากต่างประเทศแต่สถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศก็ยังไม่ค่อยจะดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น บางคนในประเทศยังรู้สึกว่าการค้าขายของพวกเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองก็พยายามที่จะหาทางแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นแบบปัญหาที่คาราคาซังกันมานาน ซึ่งมันก็ค่อยๆ คลี่คลายไปทีละจุดแต่อย่างไรก็ตามถือว่าการค้าขายในประเทศนี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร